หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กะหรี่ปั๊บโบราณ จับอดีตจีบเป็นเงิน  (อ่าน 6880 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Share
Art
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี
E-SAN ADMIN
อีสานพันธุ์แท้
*****

จิตพิสัย: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,259



เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 19:58:16 PM »

ทุกวันนี้เชื่อว่าหลายต่อหลายท่านอาจกำลังโหยหาอดีต

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าประเภทอาหารการกิน อาจเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาเราบริโภคอาหารที่มีลักษณะเจือปนของสารเคมีมากเกินไป โดยฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ต้องเก็บนานจะมีทั้งสารกันบูด รวมทั้งสารเพิ่มความอร่อย แม้จะถูกปาก แต่ไม่ค่อยปลอดภัย เป็นบ่อเกิดของโรคได้ง่ายดายเหลือเกิน


ดังนั้น เมื่อมีสินค้าหรืออาหาร ที่ทำจากสารหรือวัตถุดิบมาจากธรรมชาติ อีกทั้งกรรมวิธีการทำเน้นรูปแบบเก่าหรือสมัยโบราณ ถือเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้บริโภค ย่อมจะขายดิบขายดีเป็นธรรมดา

ล่าสุด มีขนมโบราณอีกชนิดที่เจ้าของรื้อฟื้นกลับมาทำขายอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าขายดิบขายดี จนทำให้ต้องบอกต่อให้กันฟัง

ขนมนั้นคือ "กะหรี่ปั๊บโบราณ" เป็นกะหรี่ปั๊บ แป้งบาง เกลียวเล็ก รับประทานกับอาจาด สูตรของ คุณสุวิมล ทองลิ่ม หรือเรียกแบบกันเองว่า คุณเล็ก

คุณเล็กเจ้าของสูตรกะหรี่ปั๊บโบราณ วัย 67 ปี เล่าถึงที่มาที่ไปว่า เป็นคนกรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบไปช่วยญาติทำขนมขายที่ตลาดย่านยาว อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ตั้งแต่อายุ 17 ปี จนแต่งงานกับสามี ทำให้ต้องออกจากบ้านญาติ มาอยู่บ้านพักข้าราชการ แต่เนื่องจากไม่ชอบอยู่เฉย อีกทั้งได้วิชาทำขนมหลายอย่างจากญาติทางฝ่ายพ่อ ไม่ว่าจะเป็นกะหรี่ปั๊บ ข้าวต้มมัด ขนมถ้วยฟู ขนมปุยฝ้าย ขนมเปียกปูน ขนมหม้อแกง และขนมพื้นบ้านของจังหวัดพังงา เช่น ขนมโกซุ้ย ขนมเป่าร้าง เลยคิดจะทำขนมขาย ถือเป็นการหารายได้ช่วยครอบครัวทางหนึ่ง เพราะเมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมา เงินเดือนข้าราชการน้อยมาก อีกทั้งมีลูกหลายคน

ซึ่งตอนแรกคิดไม่ออกว่าจะขายอะไรดี แต่มีวันหนึ่งไปเยี่ยมนายอำเภอ เห็นคุณนายนายอำเภอกำลังปั้นกะหรี่ปั๊บจึงนั่งดูพร้อมกับจำไว้ว่าจีบกะหรี่ปั๊บให้เป็นเกลียวเล็กๆ แต่สวยงามอย่างไร ประจวบเหมาะกับที่บ้านรับนิตยสารขวัญเรือน ฉบับที่ลงวิธีทำกะหรี่ปั๊บ จึงได้หัดทำไส้พร้อมกับหัดจีบไปเรื่อย จนได้กะหรี่ปั๊บเป็นเกลียวสวยงาม อีกทั้งเมื่อมาสำรวจตลาดพบว่า มีขนมมากมายวางขาย แต่ไม่มีกะหรี่ปั๊บ จึงคิดว่า สาเหตุหลักน่าจะเป็นเพราะหาคนที่จะจีบให้เป็นเกลียวเล็กสวยงามนั้นยากมาก ตนเองเลยตกลงใจเลือกทำขนมชนิดนี้ขาย

คุณเล็ก เล่าอีกว่า แรกที่ทำขาย จะทำเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงเช้าจะมีคนรับไปขายที่ตลาด ทำวันละประมาณ 100 ตัว ขายหมดทุกวัน ต่อมาคนรับไปขายบอกว่า ให้ทำขายตอนบ่ายด้วย ชาวบ้านจะได้รับประทานเป็นอาหารว่าง ทำให้ต้องทำเพิ่มอีกกว่า 100 ตัว ซึ่งยังขายหมดทุกวันเหมือนเดิม

"ทำกะหรี่ปั๊บขายต่อเนื่องมา 3-4 ปี จนกระทั่งต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ จึงเลิกทำ แต่หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี สามีกลับไปทำงานที่อำเภอตะกั่วป่าอีกรอบ จึงรื้อฟื้นทำขายอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้จะขายเฉพาะวันวันเสาร์-อาทิตย์ ขายตัวละ 50 สตางค์ คนขายคือลูกชายคนโตและคนรอง จะนำขนมใส่ถาดอะลูมิเนียมสี่เหลี่ยมพร้อมด้วยหม้ออาจาดเล็กๆ หิ้วไปด้วย ปรากฏว่า ขายไม่กี่ชั่วโมงก็หมด โดยทำวันละประมาณ 300 ตัว ลูกชายชอบใจและชอบที่จะขาย เพราะได้ค่าจ้างไปซื้อของเล่น" คุณเล็ก ย้อนอดีตให้ฟัง

เจ้าของเรื่องราว เล่าอีกว่า หลังจากที่ขายได้ไม่นาน มีคนเรียกร้องให้ขายวันธรรมดาด้วย แต่ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีคนเดินขาย ถึงกระนั้นยังมีคนมาถามซื้ออยู่ประจำ เลยใช้วิธีหากใครต้องการรับประทานให้มารับที่บ้าน จะทำสดๆ ให้กันเลย แต่ต้องสั่งจำนวนมากกว่า 20 ตัวขึ้นไป ซึ่งเธอจำได้ดีว่าสมัยนั้น มีลูกค้าที่เป็นพวกนายเหมืองให้ลูกสาวขับรถบีเอ็มมาซื้อถึงบ้าน สั่งทีละห้าสิบหกสิบตัว โดยเฉพาะเวลามีงานเลี้ยง จะสั่งเป็นจำนวนมาก

คุณเล็ก เล่าต่อว่า แม้ว่าจะขายดิบขายดีแค่ไหน แต่เชื่อว่าลูกค้าต้องมีวันเบื่อ ดังนั้น ในช่วงเวลา 1 เดือน จะเปลี่ยนมาขายขนมอย่างอื่น 1 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นสาคูไส้หมูโบราณ คือลูกโตกว่าที่เห็นในปัจจุบัน 2-3 เท่าและใช้นึ่งกับลังถึงไม่เหมือนยุคนี้ที่ใช้วิธีต้ม ปรากฏว่าขายดีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สุดท้ายต้องเลิกขายทั้งกะหรี่ปั๊บและสาคูไส้หมู เพราะสามีต้องย้ายไปรับราชการที่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ. 2516

เจ้าของตำรับกะหรี่ปั๊บโบราณเกลียวเล็ก เปิดใจต่อว่า แม้ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ แต่พออยู่ได้สักพักมีคนรู้ว่าทำกะหรี่ปั๊บอร่อย จึงมีคนรับอาสาไปขายให้ ทำให้ขายได้วันละ 200 ตัว พอทำเสร็จประมาณเที่ยง มีแม่ค้ามารับไปขายให้ ไม่เกินเวลา 15.00 น. หมดแล้ว ตอนหลังมีการเรียกร้องให้ทำไส้อื่นด้วย จึงต้องเพิ่มไส้มะพร้าวและไส้ถั่ว แม้ว่าจะไม่ขายดีเหมือนไส้หมู แต่ขายได้พอสมควร ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ชีวิตช่วงดังกล่าว ต้องย้ายตามสามีไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ จากเชียงรายไปแม่ฮ่องสอน ไปอยู่สุไหงโก-ลก ก่อนจะมาอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้ต้องหยุดทำกะหรี่ปั๊บไปโดยปริยาย จะมีทำกินเองหรือเลี้ยงแขกเป็นบางครั้ง

คุณเล็ก เล่าอีกว่า จนกระทั่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ลูกชายบอกว่าชอบขนมชนิดนี้มาก แต่ทว่าหารับประทานยาก จึงขอร้องแกมบังคับให้ทำขายอีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื่อว่าลูกค้ามีแน่นอน โดยเริ่มต้นจากบรรดาลูกๆ ที่ทำไปแจกหรือเลี้ยงเพื่อนบ้างเวลามีเทศกาล ทำให้เป็นที่รู้จักของผู้คน แม้จะเป็นวงแคบ แต่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเสมอ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ คนที่รู้จักจะสั่งเป็นจำนวนมาก

จนมาล่าสุด ลูกชายได้ไปเปิดร้านขายกะหรี่ปั๊บโบราณอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ที่ย่านเมืองเอก ตลาดนัดจตุจักร และบางบอน ซึ่งขายดีมากทำแทบไม่ทัน แต่เนื่องจากกะหรี่ปั๊บที่ตนเองทำนั้นเป็นสูตรโบราณ เกลียวเล็ก ทำให้มีปัญหาในการจีบเกลียว แม้จะมีคนมาเรียนกันมากในช่วงที่ผ่านมา แต่หายากที่จะจีบเป็น ทำให้มีปัญหาในเรื่องของกำลังการผลิตในปัจจุบัน

ดังนั้น หากมีผู้สนใจที่จะมาเรียนรู้ กะหรี่ปั๊บโบราณ เพื่อจะไปประกอบอาชีพ คุณเล็ก ฝากบอกว่า พร้อมถ่ายทอดให้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้รสชาติของกะหรี่ปั๊บมีความคงเส้นคงวา ไม่เพี้ยนไปจากเดิม ในช่วงแรกนี้จะผลิตไส้ให้ เพื่อไปปั้นขายเอง โดยจะขายให้เฉพาะไส้ของกะหรี่ปั๊บ แต่จะสอนการผสมแป้งและการจีบเกลียวเล็ก ส่วนใครที่จะเรียนแบบ "หมดไส้หมดพุง" ทั้งการผสมแป้งและการทำไส้ รวมทั้งการจีบเกลียว ก็พร้อมที่จะสอนให้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สนใจ

"ที่อยากจะถ่ายทอดวิชาทำในครั้งนี้ เพราะต้องการให้กะหรี่ปั๊บโบราณ เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น เพราะเชื่อว่าเป็นของอร่อย ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนชาติ และเป็นอีกอาชีพที่สร้างงานและสร้างผลกำไรได้แน่ถ้าคนคิดจะทำมีความขยันและตั้งใจจริง" คุณเล็ก ฝากทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

สนใจแฟรนไชส์ "กะหรี่ปั๊บโบราณ" แป้งบาง เกลียวเล็ก สูตรรับประทานกับอาจาด ของ คุณเล็ก สุวิมล ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเค๊าท์ ผู้เป็นลูกชาย ได้ที่โทรศัพท์ (085) 331-7706

ร้านกาแฟโมเดิร์น+กะหรี่ปั๊บโบราณ

แตกต่างอย่างลงตัว

คุณวรกร เสือคนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สร้างสรรค์ดี จำกัด เจ้าของร้านกาแฟ คอฟฟี่ แอนด์ รีแลกซ์ เยื้องสนามกอล์ฟเมืองเอก ย่านรังสิต ร้านกาแฟฮ็อตฮิตติดอันดับถึงขนาดที่บริษัทสหมงคลฟิล์มมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายหนังมาหลายเรื่องแล้ว เปิดใจถึงการนำกะหรี่ปั๊บโบราณ แป้งบาง เกลียวเล็ก มาขายในร้านตนเองว่า แนวคิดของร้านคือ สวย นั่งดื่มสบายตรงตามชื่อร้านคือ คอฟฟี่ แอนด์ รีแลกซ์ ต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามานั่งในร้าน ด้วยบรรยากาศพักผ่อน รอเพื่อน และที่สำคัญ ได้รสชาติของกาแฟที่อร่อย เพราะทางร้านจะเน้นรสชาติที่เข้มข้น โดยเฉพาะเครื่องชงนั้นสั่งเครื่องชงอย่างดี แม้จะราคาแพง แต่ไม่สำคัญเท่ากับความอร่อยของรสชาติกาแฟแท้

และด้วยสไตล์ที่ทันสมัยถูกใจคนยุคนี้ ทำให้หลังจากเปิดขายไม่นานมีลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกวัน มีลูกค้าประจำจำนวนมาก และเพื่อที่จะสร้างความแตกต่างและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า จากเดิมที่มีขนมเค้ก หรือของว่างต่างๆ ไว้บริการ จึงเล็งหาอาหารว่างที่เป็นอะไรมากกว่าขนมเค้ก สุดท้ายมาลงตัวที่กะหรี่ปั๊บโบราณสูตรของคุณเล็ก สุวิมล

"มีคนมาแนะนำหลายคนว่ากะหรี่ปั๊บเจ้านี้อร่อยมาก ภาษาวัยรุ่นบอกว่า อย่างเทพ จึงได้ดั้นด้นไปหาคุณเล็กและได้ชิมพบว่าใช่เลย เมื่อนำมาขายลูกค้าติดใจ ถึงขั้นซื้อกลับบ้าน ซึ่งตอนนี้ผมเล็งจะเปิดร้านกาแฟอีกร้านแถวย่านเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ตั้งใจไว้เลยว่า นอกจากคอนเซ็ปต์ นั่ง ดื่ม สบาย สไตล์ คอฟฟี่ แอนด์ รีแลกซ์ แล้ว จะเพิ่มความอร่อยของกะหรี่ปั๊บโบราณนี้เข้าไปด้วย เพราะของเขาอร่อยจริงๆ ขอบอก" คุณวรกร ย้ำหนักแน่น


เส้นทางเศรษฐี


* kpup.jpg (2.49 KB, 111x75 - ดู 2499 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

iSCI
"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ปรึกษากฎหมายฟรี อาจารย์ประมาณ

ซ่อมคอมพิวเตอร์ ซ่อมปริ้นเตอร์ ขายปริ้นเตอร์มือสองราคาถูกสุดๆ รับลงโปรแกรม และรับประกันด้วย 3 เดือน

khonkaenlink เว็บไซต์เพื่อชาวขอนแก่น
เว็บไซต์ เพื่อชาวอุบลฯ
ข้าวสยามเบ็ญจาธาตุ ตรา DK Health Land
24payturn
ชลนที เรสซิเด้นซ์ ที่พัก ชุมแพ ขอนแก่น